กกต. แจงปมบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง 2569 ยันเป็นรหัสความปลอดภัย
กกต. ออกมาชี้แจงกรณีที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และข้อสงสัยในโลกออนไลน์ หลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เกี่ยวกับปรากฏการณ์ บาร์โค้ด และ คิวอาร์โค้ด
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาชี้แจงกรณีที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และข้อสงสัยในโลกออนไลน์ หลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เกี่ยวกับปรากฏการณ์ บาร์โค้ด (Barcode) และ คิวอาร์โค้ด (QR Code) ที่ปรากฏบนบัตรเลือกตั้งทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขต โดยระบุชัดเจนว่านี่คือมาตรการรักษาความปลอดภัยชั้นสูง ไม่ใช่รหัสสำหรับระบุตัวตนผู้ลงคะแนนตามที่หลายฝ่ายกังวล
- วัตถุประสงค์หลัก: ใช้เพื่อตรวจสอบ “ล็อตการจัดพิมพ์” (Printing Lot) และหน่วยเลือกตั้ง เพื่อป้องกันบัตรปลอมและบัตรสวมสิทธิ์
- บัตรสีชมพู (บัญชีรายชื่อ): มีบาร์โค้ดด้านล่างสุด เป็นรหัสเฉพาะเพื่อควบคุมการแจกจ่ายไปยังแต่ละเขตเลือกตั้ง
- บัตรสีเขียว (แบ่งเขต): มีคิวอาร์โค้ดทั้งที่ตัวบัตรและต้นขั้ว เพื่อใช้ตรวจสอบความถูกต้องของระบบจัดพิมพ์และการจัดส่ง
- สถานะทางกฎหมาย: กกต. ยืนยันว่าการมีรหัสเหล่านี้เป็นไปตามมาตรการควบคุมบัตรเลือกตั้ง ไม่สามารถใช้ตรวจสอบย้อนกลับ (Tracking) เพื่อระบุได้ว่าใครเลือกพรรคใด
เจาะลึกความกังวล “การลงคะแนนลับ” กับเทคโนโลยีบนบัตร
ประเด็นที่ประชาชนและนักวิชาการตั้งข้อสังเกตคือ หากรหัสบนบัตรเลือกตั้งสัมพันธ์กับรหัสบนต้นขั้วที่มีชื่อผู้ใช้สิทธิ อาจทำให้ความลับในการลงคะแนนสูญสิ้นไป ซึ่งทาง ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ได้เน้นย้ำว่ารหัสเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อ “การควบคุมภายใน” ของเจ้าหน้าที่เท่านั้น เพื่อให้ทราบว่าบัตรใบนั้นๆ ถูกพิมพ์ออกมาจากแหล่งที่ถูกต้องและส่งไปยังหน่วยที่ระบุไว้จริงหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ในโซเชียลมีเดียมีการทดลองสแกนและพบชุดข้อมูลเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษผสมตัวเลข ซึ่งทำให้เกิดการเรียกร้องให้ กกต. เปิดเผยกระบวนการทำงานของรหัสเหล่านี้อย่างโปร่งใสมากขึ้น เพื่อยืนยันว่าไม่มีความเชื่อมโยงกับบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (ส.ส. 1/3) ซึ่งหากระบบเปิดช่องให้มีการตรวจสอบย้อนกลับได้จริง อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ที่ระบุว่าการเลือกตั้งต้องเป็น “การลงคะแนนโดยตรงและลับ”
ปัจจุบัน กกต. ยังคงยืนยันในหลักการบริหารจัดการบัตรเลือกตั้งว่ามีความรัดกุมและเป็นมาตรฐานสากล พร้อมขอให้ประชาชนมั่นใจว่ามาตรการดังกล่าวมีไว้เพื่อรักษาผลประโยชน์ของคะแนนเสียง ไม่ให้มีการทุจริตในขั้นตอนการพิมพ์หรือการสลับบัตรปลอมเข้ามาในระบบ
สรุปข้อเท็จจริงเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง
บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งปี 2569 คือ “Digital Signature” ของ กกต. ที่ใช้ควบคุมสต็อกบัตรและการขนส่ง ไม่ได้ทำหน้าที่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้สิทธิ การตั้งข้อสังเกตของประชาชนถือเป็นสิทธิที่ทำได้ตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่ง กกต. มีหน้าที่ต้องพิสูจน์ความโปร่งใสนี้ผ่านการตรวจสอบในขั้นตอนถัดไป