ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ยอดเสียชีวิตพุ่ง 27 ราย นายกฯ สั่งสอบ
อัปเดตเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ล่าสุดยอดเสียชีวิตเพิ่มเป็น 27 ราย หลังเพลิงไหม้รุนแรงกลางดึก นายกฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบสาเหตุระบบไฟ
ข้อมูลจากศูนย์วิทยุพระรามเก้า 199 และสถานีดับเพลิงและกู้ภัยสุทธิสาร ได้รายงานเหตุโศกนาฏกรรม ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร ส่งผลให้มีผู้ประสบภัยเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วน โดยสรุปประเด็นสำคัญและตัวเลขความเสียหายล่าสุด มีดังนี้
- ยอดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ: รายงานล่าสุดยืนยันพบผู้เสียชีวิตรวมแล้ว 27 ราย แบ่งเป็นชาย 9 ราย และหญิง 18 ราย โดยผู้ประสบภัยส่วนใหญ่เสียชีวิตจากการสำลักควัน
- พิกัดและเวลาเกิดเหตุ: ร้านอาหารและสถานบันเทิงใกล้ซอยลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว เกิดเหตุช่วงเวลา 23.57 น. ของวันที่ 12 กรกฎาคม 2569
- การควบคุมเพลิง: เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากสถานีสุทธิสาร พหลโยธิน พญาไท และห้วยขวาง ระดมกำลังฉีดน้ำสกัด โดยใช้เวลาประมาณ 35 นาทีจึงควบคุมเพลิงไว้ได้
- ข้อสันนิษฐานเบื้องต้น: พยานในที่เกิดเหตุระบุว่าพบกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากบริเวณคัตเอาท์ระบบไฟฟ้าตรงเวที ก่อนที่ไฟจะดับและเกิดเสียงระเบิดตามมา
เจาะลึกชนวนเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว และอุปสรรคในการอพยพผู้ประสบภัย
จากคำให้การของนักดนตรีและผู้รอดชีวิตในที่เกิดเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว พบว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากระบบไฟฟ้าบริเวณเวทีเกิดการลัดวงจรและมีเสียงระเบิดปะทุขึ้น เปลวเพลิงและกลุ่มควันหนาทั่วบริเวณโถงห้องอาหารส่งผลให้ผู้ใช้บริการตื่นตระหนกและพยายามวิ่งหาทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด แต่เนื่องจากทัศนวิสัยที่มืดสนิทและควันไฟที่หนาแน่น ทำให้เกิดความโกลาหลขึ้นภายในอาคาร
อุปสรรคสำคัญที่ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูงถึง 27 ราย คือโครงสร้างภายในของสถานบันเทิงดังกล่าวไม่มีป้ายบอกทางหนีไฟที่ชัดเจน และขาดประตูหนีไฟตามมาตรฐานความปลอดภัย ส่งผลให้ผู้ประสบภัยจำนวนมากวิ่งหนีอารามตกใจเข้าไปแออัดกันอยู่บริเวณห้องน้ำทางด้านหลังอาคารเพื่อหลบหนีควันไฟ จนเป็นเหตุให้ขาดอากาศหายใจและเสียชีวิตในจุดดังกล่าวเป็นจำนวนมาก
หลังจากเพลิงสงบลง เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ทยอยนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งรักษาตัวยังโรงพยาบาลใกล้เคียงอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งทำทำการปิดกั้นพื้นที่โดยรอบซอยลาดพร้าว 1 เพื่อความปลอดภัย เนื่องจากโครงสร้างอาคารที่ถูกไฟไหม้เป็นเวลานานอาจเสี่ยงต่อการทรุดตัว โดยทางเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและหน่วยงานโยธาธิการเตรียมเข้าตรวจสอบระบบพิมพ์เขียวอาคาร ระบบป้องกันอัคคีภัย และใบอนุญาตประกอบการอย่างละเอียด
| รายละเอียดสถานการณ์ | ข้อมูลสเปกและตัวเลขในระบบ | แนวโน้มและมาตรการตรวจสอบ |
| ยอดผู้เสียชีวิตรวม | 27 ราย (ชาย 9 / หญิง 18) | เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล |
| ระยะเวลาควบคุมเพลิง | 35 นาที (ระดมพล 4 สถานี) | ควบคุมเพลิงได้แล้ว อยู่ช่วงระบายควันและค้นหา |
| จุดพบลำดับผู้เสียชีวิตหลัก | บริเวณห้องน้ำหลังอาคาร | สะท้อนปัญหาไม่มีประตูหนีไฟที่ได้มาตรฐาน |
| สาเหตุต้นเพลิงเบื้องต้น | คัตเอาท์ระบบไฟฟ้าตรงเวทีระเบิด | รอผลตรวจยืนยันจากกองพิสูจน์หลักฐาน |
ผู้นำรัฐบาลลงพื้นที่ สั่งยกระดับมาตรการความปลอดภัยสถานบันเทิง
เหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าวครั้งนี้ ถือเป็นภัยพิบัติกลางกรุงที่สร้างความสะเทือนขวัญอย่างมาก ส่งผลให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางลงพื้นที่เกิดเหตุด้วยตนเองในช่วงกลางดึก เพื่อบัญชาการเหตุการณ์และรับฟังรายงานสรุปจากทีมกู้ภัย พร้อมสั่งการให้กรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้เน้นย้ำถึงข้อบังคับทางกฎหมาย โดยกำชับให้ทุกเขตในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ดำเนินการปูพรมตรวจตราสภาพระบบไฟฟ้า ทางหนีไฟ และระบบดับเพลิงของสถานประกอบการ ร้านอาหาร และผับบาร์ทุกแห่ง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย ซึ่งผู้ประกอบการที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานการควบคุมอาคารจะถูกสั่งพักใบอนุญาตและดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด
สำหรับผู้ใช้บริการสถานบันเทิงและประชาชนทั่วไป ข้อมูลจากเหตุการณ์นี้ชี้ชัดว่า การสังเกตตำแหน่งของประตูทางออกและทางหนีไฟทันทีที่เข้าใช้บริการ รวมถึงการตั้งสติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดในการช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตในสถานการณ์วิกฤต
สรุป
โศกนาฏกรรม ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว บริเวณใกล้ซอยลาดพร้าว 1 ส่งผลให้มีผู้สำลักควันเสียชีวิตพุ่งสูงถึง 27 ราย โดยมีชนวนเหตุเบื้องต้นมาจากระบบไฟฟ้าบริเวณเวทีลัดวงจร ประกอบกับตัวอาคารไม่มีประตูหนีไฟที่ชัดเจน ซึ่งล่าสุดนายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมสั่งการให้หน่วยงานพิสูจน์หลักฐานเร่งหาสาเหตุที่แท้จริง และกำชับมาตรการความปลอดภัยสถานบันเทิงทั่วประเทศ