PDI คืออะไร? ทำไมรถใหม่ต้องเช็กก่อนส่งมอบ และลูกค้าควรรับรถที่ท่าเรือไหม
ทำความรู้จัก PDI ขั้นตอนสำคัญก่อนรับรถใหม่ พร้อมไขข้อสงสัยกรณีรับรถที่ท่าเรือคุ้มหรือไม่ เพื่อความปลอดภัยและความมั่นใจในการขับขี่
การรับรถใหม่ป้ายแดงไม่ใช่แค่การจ่ายเงินแล้วขับออกไปได้ทันที เพราะเบื้องหลังความพร้อมใช้งานนั้นมีกระบวนการที่เรียกว่า PDI ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ผู้ผลิตและศูนย์บริการต้องจัดการให้เรียบร้อยก่อนส่งถึงมือลูกค้า โดยเฉพาะในช่วงที่มีกระแสข่าวค่ายรถให้ลูกค้าไปรับรถเองถึงท่าเรือเพื่อให้ทันแคมเปญ ยิ่งทำให้ผู้ซื้อต้องทำความเข้าใจว่าขั้นตอนนี้มีความสำคัญอย่างไรและส่งผลต่อรถของเรามากแค่ไหน
PDI คืออะไรและสำคัญอย่างไรกับรถใหม่ป้ายแดง
PDI ย่อมาจาก Pre-Delivery Inspection หรือ “การตรวจสอบสภาพรถก่อนส่งมอบ” เนื่องจากรถที่เพิ่งผลิตเสร็จมักจะตั้งค่าไว้ใน Logistics Mode เพื่อประหยัดแบตเตอรี่และตัดระบบไฟบางส่วนออกระหว่างขนส่ง รวมถึงการเติมลมยางมาแข็งกว่าปกติเพื่อป้องกันยางเสียรูป ดังนั้นรถที่เพิ่งลงจากเรือหรือรถเทรลเลอร์จึงยังไม่พร้อมใช้งาน 100% จนกว่าจะผ่านการตรวจเช็กและปรับจูนใหม่โดยช่างผู้เชี่ยวชาญ
ขั้นตอนหลักในการทำ PDI ที่ศูนย์บริการต้องดำเนินการ:
- การปลดล็อกระบบจากโหมดขนส่งเป็นโหมดใช้งานจริง พร้อมอัปเดต Software ล่าสุด (โดยเฉพาะรถ EV)
- ตรวจสอบความเรียบร้อยของตัวถัง ริ้วรอยจากการขนส่ง และงานประกอบภายใน-ภายนอก
- เช็กระดับของเหลวทั้งหมด เช่น น้ำมันเบรก น้ำยาหล่อเย็น และปรับความดันลมยางให้เหมาะสม
- ติดตั้งอุปกรณ์เสริมตามตกลง เช่น ฟิล์มกรองแสง พรม และกรอบป้ายทะเบียน
- การขับทดสอบ (Test Drive) สั้นๆ เพื่อเช็กเสียงผิดปกติและระบบแจ้งเตือนหน้าปัด
สรุปแล้ว PDI คือความรับผิดชอบของค่ายรถที่ช่วยสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้ลูกค้า หากเกิดกรณีที่ต้องไปรับรถเองโดยยังไม่ได้ผ่านขั้นตอนนี้อย่างครบถ้วน ควรปรึกษาเซลล์หรือผู้เชี่ยวชาญให้ชัดเจนเกี่ยวกับสิทธิ์ในการตรวจสอบ เพราะการเซ็นรับรถโดยที่เครื่องยนต์หรือระบบไฟยังไม่พร้อมอาจนำมาซึ่งปัญหาภายหลังได้ ดังนั้นก่อนเซ็นเอกสารใดๆ อย่าลืมเช็กความเรียบร้อยของรถให้ดีที่สุดเพื่อรักษาสิทธิ์ของตัวเราเอง