เปิดธุรกิจ บังมัด คลองตัน พลิกชีวิตอดีตนักเลงสู่เจ้าของรีสอร์ต

เปิดธุรกิจ บังมัด คลองตัน พลิกชีวิตอดีตนักเลงสู่เจ้าของรีสอร์ต

ข้อมูลจาก Sanook และรายงานข่าวล่าสุดระบุว่า นายวันชัย มะอินทร์ หรือที่รู้จักในชื่อ บังมัด คลองตัน ได้กลายเป็นกระแสสังคมอีกครั้งหลังเข้าพิธีวิวาห์กับ ต้นข้าว ปัณฑิตา แสงจันทร์ อดีตมิสแกรนด์สิงห์บุรี 2025 เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 69 โดยปัจจุบันเขาได้ผันตัวมาเป็นนักธุรกิจอย่างเต็มตัว

  • ธุรกิจหลัก: เจ้าของรีสอร์ตในจังหวัดเพชรบูรณ์ และหุ้นส่วนร้านซาวน่า
  • แผนธุรกิจใหม่: เตรียมขยายธุรกิจร้านโจ๊กไก่ควบคู่กับกิจการเดิม
  • ประวัติธุรกิจ: เคยจดทะเบียน หจก. มะอินทร์ โคเวอร์ เอ็นจิเนียริ่ง รับจ้างขึ้นรูปแม่พิมพ์ (ปัจจุบันสถานภาพร้าง)
  • สถานะการเงิน: เคยถูกตรวจสอบเส้นทางการเงินมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท แต่เจ้าตัวยืนยันที่มาโปร่งใสและปฏิเสธข่าวลือรวยพันล้าน

เส้นทางชีวิตจากอดีตผู้ต้องขัง สู่บทบาทเจ้าของกิจการรีสอร์ต

เส้นทางของ บังมัด คลองตัน ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ จากเด็กที่มีความฝันอยากเป็นนักฟุตบอลทีมโรงเรียนปทุมคงคา แต่ชีวิตกลับผกผันเข้าสู่วงจรสีเทาและเคยต้องโทษจำคุกนานกว่า 14 ปี หลังจากได้รับอิสรภาพในปี 2559 เขาตัดสินใจหันหลังให้อดีตและเริ่มต้นสร้างตัวใหม่ด้วยการทำธุรกิจที่ถูกกฎหมาย โดยใช้เงินลงทุนและประสบการณ์ในการบริหารคนมาปรับใช้ในโลกธุรกิจ

ปัจจุบันอาณาจักรธุรกิจของบังมัดกระจายตัวอยู่ในหลายพื้นที่ กิจการที่โดดเด่นที่สุดคือรีสอร์ตในจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้ที่เขามักจะนำมาอ้างอิงถึงความสำเร็จหลังพ้นโทษ นอกจากนี้เขายังมีส่วนร่วมในธุรกิจซาวน่าและร้านอาหาร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการกระจายความเสี่ยงทางการเงิน แม้จะมีข่าวการถูกเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับคดีเว็บพนันออนไลน์ในช่วงปี 2567 แต่เจ้าตัวได้ออกมาชี้แจงว่าเงินส่วนใหญ่เป็นเงินยืมเพื่อปรับปรุงกิจการและพร้อมให้ตรวจสอบทุกขั้นตอน

การสร้างตัวตนใหม่ในฐานะนักธุรกิจมั่งคั่งของบังมัดสะท้อนให้เห็นผ่านไลฟ์สไตล์และการออกสื่อร่วมกับภรรยาดีกรีนางงาม ซึ่งทั้งคู่ได้ร่วมกันทำธุรกิจแบรนด์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “วิธยู กลูต้า” (With You Gluta) เสริมทัพพอร์ตโฟลิโอธุรกิจของครอบครัวให้ดูมั่นคงยิ่งขึ้นในสายตาประชาชน

สรุปฐานรายได้และทรัพย์สิน บังมัด คลองตัน

หากพิจารณาจากข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ธุรกิจในอดีตอย่าง หจก. มะอินทร์ โคเวอร์ เอ็นจิเนียริ่ง เคยทำรายได้สูงสุดในปี 2559 กว่า 1.6 ล้านบาท ก่อนจะกลายเป็นกิจการร้างในปี 2567 อย่างไรก็ตาม ทรัพย์สินส่วนใหญ่ในปัจจุบันถูกสะสมอยู่ในรูปของอสังหาริมทรัพย์และเงินลงทุนในกิจการนอกตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งมีการคาดการณ์มูลค่าทรัพย์สินรวมอยู่ที่หลักร้อยล้านบาทจากการลงทุนในภาคการท่องเที่ยวและการเงินภาคเอกชน