เติมน้ำมันพืชแทนดีเซลได้จริงไหม? กระทรวงพลังงานเตือนอันตราย
สรุปความจริงกรณีเติมน้ำมันพืชแทนน้ำมันดีเซล กรมธุรกิจพลังงานยันเป็นข้อมูลเท็จ ชี้ทำเครื่องยนต์พัง หัวฉีดอุดตัน และเผาไหม้ไม่สมบูรณ์
ข้อมูลจากกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน และศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีการแชร์ข้อมูลว่าการเติมน้ำมันพืชแทนน้ำมันดีเซลช่วยให้รถประหยัดน้ำมันมากขึ้น พบว่าเป็น ข้อมูลเท็จ และอันตรายต่อเครื่องยนต์อย่างมาก
- น้ำมันพืชมีโครงสร้างโมเลกุลใหญ่ ทำให้มีความหนืดสูงและการระเหยตัวช้ากว่าน้ำมันเชื้อเพลิงปกติ
- ระบบเผาไหม้เสียหาย น้ำมันพืชทำให้หัวฉีดจ่ายน้ำมันเป็นฝอยได้ยาก ส่งผลให้เกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์
- เครื่องยนต์อายุการใช้งานสั้นลง เนื่องจากน้ำมันพืชทำปฏิกิริยากับออกซิเจนจนเกิดเป็นยางเหนียวเกาะลูกสูบและวาล์ว
- เสี่ยงเป็นไข น้ำมันพืชจะกลายเป็นไขได้ง่ายเมื่ออยู่ในอุณหภูมิต่ำ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อระบบป้อนน้ำมันเข้าสู่ห้องเผาไหม้
ทำไมน้ำมันพืชถึงใช้แทนน้ำมันดีเซลไม่ได้ในทันที?
แม้ว่าไบโอดีเซลจะมีพื้นฐานมาจากพืช แต่การนำน้ำมันพืชบรรจุขวดที่ใช้ปรุงอาหารมาเติมลงในถังน้ำมันโดยตรงเป็นความเข้าใจที่ผิดร้ายแรง เนื่องจากน้ำมันพืชต้องผ่านกระบวนการทางเคมีเพื่อเปลี่ยนเป็น ไบโอดีเซล (B100) เสียก่อน จึงจะมีคุณสมบัติทางกายภาพที่เหมาะสมในการนำไปผสมกับน้ำมันดีเซลพื้นฐานได้
ปัญหาส่วนใหญ่ที่พบเมื่อใช้น้ำมันพืชคือ “ความหนืด” ที่สูงเกินไป เครื่องยนต์ดีเซลสมัยใหม่โดยเฉพาะระบบ Common Rail ถูกออกแบบมาให้ทำงานกับน้ำมันที่มีความละเอียดสูงและไหลลื่น เมื่อเจอน้ำมันพืชเข้าไปจะทำให้ระบบปั๊มเชื้อเพลิงทำงานหนักขึ้น และหัวฉีดที่ต้องการความแม่นยำสูงจะเกิดการอุดตัน ส่งผลให้รถมีอาการสะดุด เร่งไม่ขึ้น และควันดำ
ผลกระทบระยะยาวหากฝืนเติมน้ำมันพืชลงในรถยนต์
การนำน้ำมันพืช (เช่น น้ำมันปาล์ม) มาใช้เป็นเชื้อเพลิงจะก่อให้เกิดคราบเขม่าสะสมที่หนาตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ยางเหนียวที่เกิดจากปฏิกิริยาออกซิเดชันจะเข้าไปเกาะติดอยู่ตามแหวนลูกสูบและวาล์ว ซึ่งคราบเหล่านี้จะเข้าไปทำลายชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ทีละน้อย จนสุดท้ายอาจนำไปสู่การที่เครื่องยนต์น็อกหรือพังเสียหายถาวร
นอกจากนี้ การใช้เชื้อเพลิงผิดประเภทจะทำให้การรับประกันตัวรถ (Warranty) สิ้นสุดลงทันที ซึ่งค่าซ่อมแซมระบบเชื้อเพลิงและเครื่องยนต์ในระยะยาวนั้นสูงกว่าค่าส่วนต่างของราคาน้ำมันที่พยายามจะประหยัดได้หลายเท่าตัว การเลือกใช้เชื้อเพลิงที่ได้รับมาตรฐานจากสถานีบริการน้ำมันจึงเป็นวิธีที่ปลอดภัยและประหยัดที่สุดสำหรับผู้ใช้รถ
ตารางเปรียบเทียบน้ำมันพืช VS ไบโอดีเซล (B100)
| คุณสมบัติ | น้ำมันพืช (ปรุงอาหาร) | ไบโอดีเซล (B100) |
| ความหนืด | สูงมาก (ทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนัก) | เหมาะสม (ใกล้เคียงดีเซลปกติ) |
| การระเหยตัว | ช้า (เกิดเขม่าสะสม) | ปกติ (เผาไหม้ได้สมบูรณ์กว่า) |
| การเป็นไข | เป็นไขได้ง่ายในอากาศเย็น | มีจุดเยือกแข็งที่เหมาะสม |
| ผลต่อเครื่องยนต์ | ยางเหนียวเกาะวาล์วและลูกสูบ | ใช้งานได้ตามมาตรฐานเครื่องยนต์ |
สรุปประเด็นสำคัญเรื่องการเติมน้ำมันพืช
น้ำมันพืชมีไว้เพื่อการบริโภคเท่านั้น ไม่สามารถนำมาเติมแทนน้ำมันดีเซลได้ เนื่องจากความหนืดที่สูงจะทำให้หัวฉีดอุดตันและเกิดยางเหนียวทำลายเครื่องยนต์ การประหยัดน้ำมันที่แท้จริงควรใช้วิธีเช็กสภาพเครื่องยนต์และลมยางให้พร้อม แทนการใช้เชื้อเพลิงผิดประเภทตามข่าวลือ