Freelander คืนชีพแบรนด์รถ SUV ตั้งเป้าขาย 3 แสนคันทั่วโลก

Freelander คืนชีพแบรนด์รถ SUV ตั้งเป้าขาย 3 แสนคันทั่วโลก

ข้อมูลจาก Sanook เผยการกลับมาของชื่อ Freelander ในฐานะแบรนด์รถยนต์อิสระภายใต้บริษัทร่วมทุน Chery Jaguar Land Rover หรือ CJLR โดยมีเป้าหมายทำยอดขายมากกว่า 300,000 คันต่อปี ภายในระยะเวลา 3 ถึง 5 ปีข้างหน้า พร้อมวางยุทธศาสตร์ให้ตลาดต่างประเทศครองสัดส่วนถึงครึ่งหนึ่งของยอดขายทั้งหมด

  • แบรนด์ Freelander ภายใต้ CJLR ตั้งเป้ายอดขายรวม 300,000 คันต่อปี โดยแบ่งสัดส่วนตลาดต่างประเทศครึ่งหนึ่ง หรือราว 150,000 คันต่อปี
  • เริ่มเดินเครื่องสายการผลิตรถรุ่นแรก Freelander 8 ที่โรงงานเมืองฉางซู ประเทศจีน ตั้งเป้ายอดขายช่วงเริ่มต้น 5,000 ถึง 8,000 คันต่อเดือน
  • ยืนยันผลิตทั้งรุ่นพวงมาลัยซ้ายสำหรับตลาดโลกและพวงมาลัยขวาสำหรับประเทศที่ใช้การจราจรแบบเดียวกับประเทศไทย
  • ขับเคลื่อนด้วยระบบ Range Extender ใช้แบตเตอรี่ CATL ความจุ 60.33 kWh ร่วมกับเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร
  • จัดเต็มสมรรถนะออฟโรดด้วยช่วงล่างถุงลม Dual-chamber และระบบล็อกเฟืองท้ายหลายรูปแบบ พร้อมแผนเปิดตัวรถใหม่ 6 รุ่นภายใน 5 ปี

การกลับมาของชื่อ Freelander ในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การปัดฝุ่นรถยนต์รุ่นอดีตของ Land Rover แต่เป็นการยกระดับขึ้นเป็นแบรนด์รถยนต์แยกตัวอย่างเป็นทางการภายใต้บริษัทร่วมทุน Chery Jaguar Land Rover โดยมีโรงงานผลิตหลักในเมืองฉางซู ประเทศจีน และเริ่มเดินสายการผลิตรถยนต์รุ่นแรกอย่าง Freelander 8 ซึ่งถูกวางตำแหน่งให้เป็นรถยนต์ระดับโลกตั้งแต่วันแรกที่พัฒนา

กลยุทธ์สำคัญของแบรนด์คือการสร้างความหลากหลายเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในหลายภูมิภาค โดยผู้บริหารระดับสูงเปิดเผยว่าบริษัทจะผลิตรถยนต์ทั้งในรูปแบบพวงมาลัยซ้ายและพวงมาลัยขวา ซึ่งรวมถึงการพัฒนาตามข้อกำหนดของตลาดยุโรปและประเทศที่ใช้พวงมาลัยขวา ทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่จะทำตลาดในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทยในอนาคต

ในด้านขีดความสามารถและการตัดสินใจทางธุรกิจ แบรนด์ Freelander ได้รับอิสระในการบริหารจัดการและขยายตลาดด้วยตนเองโดยไม่ต้องรอการอนุมัติจากบริษัทแม่ในทุกขั้นตอน ช่วยให้สามารถปรับแผนรับมือกับการแข่งขันในตลาดรถยนต์พลังงานทางเลือกได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับรายละเอียดทางเทคนิคของ Freelander 8 มาในรูปแบบรถ SUV ทรงเหลี่ยมดีไซน์ดุดัน ขับเคลื่อนด้วยระบบ Range Extender ผสานการทำงานระหว่างแบตเตอรี่ความจุ 60.33 kWh จาก CATL และเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตรทำหน้าที่ปั่นกระแสไฟฟ้า เน้นเจาะกลุ่มผู้ใช้งานที่ต้องการระยะทางขับขี่ไกลและลดความกังวลเรื่องสถานีชาร์จ

นอกจากนี้ตัวรถยังติดตั้งอุปกรณ์สำหรับลุยทางวิบากมาให้แบบครบครัน เช่น ระบบช่วงล่างถุงลมแบบ Dual-chamber ดิฟเฟอเรนเชียลล็อกแบบกลไกที่ล้อหน้า ระบบ Virtual Center Differential และดิฟเฟอเรนเชียลแบบ Limited-slip ที่ล้อหลัง เพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการยึดเกาะถนนทั้งทางเรียบและเส้นทางสมบุกสมบัน พร้อมแผนงานระยะยาวในการทยอยเปิดตัวรถยนต์ใหม่อีกรวม 6 รุ่นภายใน 5 ปี ครอบคลุมทั้งรถยนต์ไฟฟ้า 100 หรือ BEV และรถปลั๊กอินไฮบริด PHEV

การคืนชีพของ Freelander ภายใต้การบริหารของ CJLR เป็นก้าวสำคัญในการขยายตลาดรถยนต์ SUV ระดับโลก ด้วยการผสานเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน Range Extender และความพร้อมในการผลิตรถพวงมาลัยขวา ทำให้แบรนด์นี้กลายเป็นตัวเลือกที่น่าจับตาในกลุ่มยานยนต์ยุคใหม่ ทั้งในแง่ของเป้าหมายยอดขายและทิศทางผลิตภัณฑ์ในอนาคต