ค่าเงินบาทวันนี้อ่อนค่าทะลุ 31.70 บาท รับดอลลาร์แข็ง-ทรัมป์คุยสีจิ้นผิง

เงินบาทวันนี้ 5 ก.พ. 69 อ่อนค่าในกรอบ 31.60-31.85 บาท/ดอลลาร์ รับดัชนีดอลลาร์แข็งค่าจากเลข ISM สหรัฐฯ พุ่ง และจับตาผลหารือทรัมป์-สีจิ้นผิง

ค่าเงินบาทวันนี้อ่อนค่าทะลุ 31.70 บาท รับดอลลาร์แข็ง-ทรัมป์คุยสีจิ้นผิง

ข้อมูลจากกลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB FM) รายงานว่า ค่าเงินบาทวันนี้ 5 กุมภาพันธ์ 2569 มีทิศทางอ่อนค่าลงอย่างชัดเจน โดยเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 31.60-31.85 บาทต่อดอลลาร์ สาเหตุหลักมาจากดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้นขานรับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด โดยมีประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อค่าเงินดังนี้:

  • ภาคบริการสหรัฐฯ แข็งแกร่ง: ดัชนี ISM ภาคบริการเดือนมกราคมพุ่งสูงถึง 53.8 จุด (สูงกว่าคาดการณ์ที่ระดับ 53.0) สะท้อนเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังขยายตัวได้ดี
  • ตลาดแรงงานชะลอตัวเล็กน้อย: ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชน (ADP) เพิ่มขึ้นเพียง 22,000 ตำแหน่ง ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดประเมินไว้
  • ดีลการค้าสหรัฐฯ-จีน: โดนัลด์ ทรัมป์ และ สี จิ้นผิง หารือทางโทรศัพท์เรื่องจีนเตรียมนำเข้าถั่วเหลืองเพิ่มเป็น 20 ล้านตัน แต่ยังมีประเด็นเปราะบางเรื่องการขายอาวุธให้ไต้หวัน
  • พันธบัตรรัฐบาล: กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังคงการออกพันธบัตรระยะยาวไว้ที่ระดับเดิม แม้จะเห็นความต้องการ (Demand) ในพันธบัตรระยะสั้นเพิ่มขึ้นอย่างมาก

วิเคราะห์ปัจจัยกดดันค่าเงินบาทและดุลอำนาจเศรษฐกิจโลก

ทิศทางเงินบาทที่อ่อนค่าลงมาอยู่ที่ระดับประมาณ 31.73 บาทต่อดอลลาร์ในช่วงเช้าวันนี้ เป็นผลจากแรงกดดันสะสมของดอลลาร์สหรัฐที่กลับมามีความน่าสนใจอีกครั้ง หลังจากนักลงทุนเริ่มคลายความกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐฯ เมื่อเห็นตัวเลขภาคบริการที่ยังคงยืนเหนือระดับ 50 จุดได้อย่างมั่นคง

ในขณะเดียวกัน ความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจเริ่มมีสัญญาณเชิงบวกจากการต่อสายตรงหารือระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งนอกจากเรื่องสินค้าเกษตรแล้ว ยังมีการพูดถึงความร่วมมือด้านพลังงานและการที่ทรัมป์เตรียมเดินทางเยือนปักกิ่งในเดือนเมษายน 2569 นี้ อย่างไรก็ตาม ท่าทีของจีนที่ขอให้สหรัฐฯ “ระมัดระวังสูงสุด” ในการขายอาวุธให้ไทเป ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่นักลงทุนในตลาดเงินยังคงจับตา

สถานะการลงทุนและกรอบการเคลื่อนไหวรายวัน

จากสถิติการไหลเข้า-ออกของเงินทุนล่าสุด พบว่านักลงทุนต่างชาติยังคงมีสถานะซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทยกว่า 8,763 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยอีก 2,163 ล้านบาท ซึ่งช่วยชะลอไม่ให้เงินบาทอ่อนค่ารุนแรงจนเกินไปเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นในภูมิภาค โดยเฉพาะเงินเยนที่เผชิญแรงกดดันจากปัจจัยการเมืองภายในญี่ปุ่น

ตารางกรอบค่าเงินประจำวัน (5 ก.พ. 2569)

สกุลเงินกรอบการเคลื่อนไหวคำแนะนำกลยุทธ์
USD/THB31.60 – 31.85แนะนำ ทยอยขายดอลลาร์ที่แนวต้าน 31.80
EUR/THB37.20 – 37.70เน้นถือครองเพื่อรอจังหวะชำระค่าสินค้า
JPY/THB0.2000 – 0.2040ทยอยซื้อสะสมสำหรับผู้ที่มีความต้องการใช้เงินเยน

สรุป: ทิศทางเงินบาทในระยะสั้น

ค่าเงินบาทยังคงอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่าตามทิศทางดอลลาร์และนโยบาย “America First” ของทรัมป์ที่ส่งผลให้เงินทุนไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์สหรัฐฯ ผู้ประกอบการที่ต้องนำเข้าสินค้าควรระมัดระวังความผันผวนในกรอบบนที่ 31.85 บาทต่อดอลลาร์ ในขณะที่ฝั่งส่งออกอาจได้อานิสงส์จากการแปลงรายได้กลับเป็นเงินบาทที่มีมูลค่าสูงขึ้นในช่วงนี้

Q&A คำถามที่คนสนใจเรื่องค่าเงินบาท

ทำไมเงินบาทถึงอ่อนค่า ทั้งที่ต่างชาติยังซื้อหุ้นไทย? เพราะปัจจัยหลักในตอนนี้มาจาก “ฝั่งดอลลาร์” ที่แข็งค่าขึ้นทั่วโลก (Dollar Strength) จากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ดีเกินคาด ทำให้ความต้องการถือครองดอลลาร์มีมากกว่าแรงซื้อหุ้นในตลาดเกิดใหม่อย่างไทย

ผลการคุยกันของ ทรัมป์-สี จิ้นผิง ส่งผลต่อเงินบาทอย่างไร? หากความสัมพันธ์การค้าดีขึ้น จีนนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ มากขึ้น จะช่วยลดความตึงเครียดของสงครามการค้า ซึ่งเป็นบวกต่อสกุลเงินเอเชียรวมถึงไทย ทำให้บาทอาจไม่อ่อนค่าไปไกลกว่านี้

ควรแลกเงินดอลลาร์ช่วงนี้เลยดีไหม? หากต้องใช้เงินในระยะสั้น กรอบ 31.60-31.65 บาท ถือเป็นจุดรับที่พอรับได้ แต่หากไม่รีบด่วน อาจรอจังหวะที่ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ออกมาในช่วงปลายสัปดาห์หน้าเพื่อดูทิศทางที่ชัดเจนอีกครั้ง