เงินชราภาพ SSO Plus ไม่เท่าเดิม? ประกันสังคมเฉลยสาเหตุที่ยอดเงินเปลี่ยนไป
ยอดเงินชราภาพในแอป SSO Plus หายไปไหน? สำนักงานประกันสังคมแจงสาเหตุเกิดจากระบบใหม่คำนวณช่วงลดเงินสมทบ พร้อมวิธีเช็กสิทธิบำเหน็จ-บำนาญล่าสุด
ข้อมูลจากสำนักงานประกันสังคม ได้ชี้แจงกรณีผู้ประกันตนพบยอดเงินสะสมชราภาพในแอปพลิเคชัน SSO Plus ไม่ตรงกับข้อมูลเดิม โดยระบุว่าไม่ได้เป็นการสูญหาย แต่เกิดจากการปรับระบบคำนวณให้มีความแม่นยำและเป็นมาตรฐานเดียวกันทุกช่องทาง
สรุปประเด็นสำคัญที่ทำให้ยอดเงินชราภาพเปลี่ยนแปลง
- ระบบใหม่คำนวณตามจริง: มีการนำช่วงเวลาที่รัฐประกาศ ลดอัตราเงินสมทบ (เช่น ช่วงโควิด-19, น้ำท่วม หรือวิกฤตเศรษฐกิจ) มาคำนวณ ซึ่งระบบเดิมอาจไม่ได้หักลบส่วนนี้ออก
- ประวัติการทำงานซ้อน: กรณีทำงานกับนายจ้างหลายรายในเวลาเดียวกัน หรือเป็นทั้ง ม.33 และ ม.39 ในเดือนเดียวกัน ระบบใหม่จะประมวลผลให้ถูกต้องตามกฎหมายมากขึ้น
- สูตรการเก็บเงิน: ปกติเก็บฝ่ายละ 3% (รวม 6%) เช่น เงินเดือน 15,000 บาท สะสมชราภาพ 900 บาท/เดือน แต่หากอยู่ในช่วงลดเหลือ 1% จะสะสมเพียง 15 บาท/เดือน
- สิทธิประโยชน์แฝง: ยอดที่เห็นในแอปยังไม่รวม “ผลประโยชน์ตอบแทน” รายปี ซึ่งประกันสังคมจะบวกเพิ่มให้ภายหลังเมื่อขอรับสิทธิจริง
ทำไมยอดเงินชราภาพใน SSO Plus ถึงดูน้อยลง?
สาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ประกันตนหลายคนตกใจกับยอดเงินที่แสดงผลในแอปพลิเคชันใหม่ คือการที่ระบบ e-Self Service เวอร์ชันล่าสุดมีการดึงข้อมูลประวัติการส่งเงินสมทบย้อนหลังมาคิดตามสัดส่วนที่เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะในช่วงปี 2563-2565 ที่มีการลดเงินสมทบเพื่อเยียวยาผลกระทบจากโรคระบาดและภัยธรรมชาติ
ยกตัวอย่างเช่น ในช่วงเดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม 2565 มีการจัดเก็บเงินสมทบเพียง 1% ซึ่งในจำนวนนี้ถูกแบ่งเป็นเงินสมทบกรณีชราภาพแค่ 0.05% เท่านั้น หมายความว่าจากเดิมที่เคยสะสมได้เดือนละหลายร้อยบาท จะเหลือยอดสะสมจริงเพียงหลักสิบต้นๆ การที่ระบบใหม่นำตัวเลขเหล่านี้มาแสดงผล จึงทำให้ยอดรวมสะสมดูต่ำกว่าการประมาณการแบบเดิมที่อาจใช้ค่าเฉลี่ยคงที่มาแสดง
แนวทางการตรวจสอบและการรักษาสิทธิของผู้ประกันตน
สำนักงานประกันสังคมยืนยันว่าการปรับปรุงครั้งนี้เพื่อให้ข้อมูลในแอปพลิเคชัน SSO Plus, แอปฯ ทางรัฐ และระบบ e-Self Service มีความสอดคล้องกันและโปร่งใสที่สุด ข้อมูลที่เห็นคือ “เงินต้น” ที่ผู้ประกันตนและนายจ้างส่งเข้ากองทุน ซึ่งในวันที่ผู้ประกันตนเกษียณอายุ (ครบ 55 ปีและสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน) จะมีการบวกเพิ่มผลประโยชน์ตอบแทนหรือดอกเบี้ยสะสมตามประกาศของประกันสังคมในแต่ละปีเข้าไปด้วย
สำหรับผู้ที่ทำงานหลายที่หรือข้ามมาตราในช่วงเวลาเดียวกัน ระบบใหม่จะช่วยตรวจสอบไม่ให้เกิดการจ่ายเงินสมทบซ้ำซ้อนเกินเพดานที่กฎหมายกำหนด หากพบว่าข้อมูลส่วนใดผิดปกติอย่างชัดเจน หรือมีประวัติการส่งเงินสมทบตกหล่นจากการทำงานในอดีต สามารถนำหลักฐานติดต่อที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด เพื่อขอตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกได้ทันที
สรุปภาพรวมสำหรับผู้ใช้งาน SSO Plus
ยอดเงินที่เปลี่ยนไปในแอป SSO Plus คือการปรับจูนระบบให้แสดงผลตาม “สัดส่วนเงินสมทบจริง” ที่นำส่งในแต่ละช่วงเวลา ไม่ได้เป็นการหักเงินออกแต่อย่างใด นักลงทุนหรือผู้ที่วางแผนเกษียณควรใช้ข้อมูลนี้เป็นฐานเบื้องต้น และจำไว้ว่ายอดเงินที่จะได้รับจริงเมื่ออายุ 55 ปี จะสูงกว่ายอดที่ปรากฏในแอปเนื่องจากมีส่วนของกำไรจากการบริหารกองทุนบวกเพิ่มให้ภายหลัง