ค่าเงินบาทวันนี้ 2 ก.พ. 69 อ่อนค่าแตะกรอบ 31.50-31.75 หลังทรัมป์ตั้งประธาน Fed ใหม่

วิเคราะห์ค่าเงินบาทวันนี้ 2 ก.พ. 69 เคลื่อนไหวในกรอบ 31.50-31.75 บาท/ดอลลาร์ จับตาผลกระทบหลังทรัมป์เสนอชื่อ เควิน วอร์ช นั่งประธาน Fed คนใหม่

ค่าเงินบาทวันนี้ 2 ก.พ. 69 อ่อนค่าแตะกรอบ 31.50-31.75 หลังทรัมป์ตั้งประธาน Fed ใหม่

กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets) ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ (2 กุมภาพันธ์ 2569) เคลื่อนไหวในกรอบ 31.50-31.75 บาทต่อดอลลาร์ โดยทิศทางเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยหลักมาจากราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลง ประกอบกับดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐที่กลับมามีความผันผวนสูง หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเสนอชื่อประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คนใหม่

สรุปประเด็นสำคัญที่มีผลต่อค่าเงิน

  • New Fed Chair: โดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) เข้าดำรงตำแหน่งประธาน Fed แทน เจอโรม พาวเวล ที่จะหมดวาระในเดือน พ.ค. นี้ สร้างแรงกระเพื่อมต่อคาดการณ์ดอกเบี้ยโลก
  • US Inflation: ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) สหรัฐฯ เดือน ธ.ค. ออกมาที่ 0.5% (MOM) สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ สะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังไม่คลี่คลาย
  • Weak Yen: เงินเยนอ่อนค่าลงหลัง ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ส่งสัญญาณว่าค่าเงินเยนอ่อนเป็นผลดีต่อภาคการส่งออก
  • China’s Economy: ดัชนี PMI ของทางการจีน (NBS) เดือน ม.ค. หดตัวมาอยู่ที่ 49.3 (ต่ำกว่าระดับ 50) สะท้อนภาวะเศรษฐกิจในภาคการผลิตและบริการที่ยังคงซบเซา

วิเคราะห์ปัจจัยกดดันค่าเงินบาท: จากทำเนียบขาวสู่ตลาดการเงินเอเชีย

การตัดสินใจของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในการแต่งตั้ง เควิน วอร์ช เป็นประธาน Fed คนใหม่ ถูกมองว่าเป็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของนโยบายการเงินสหรัฐฯ เนื่องจากวอร์ชมีแนวคิดสนับสนุนการปฏิรูปโครงสร้าง Fed และมีความใกล้ชิดกับฝ่ายบริหารมากกว่าพาวเวล ส่งผลให้นักลงทุนในตลาดเงินปรับพอร์ตรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการแทรกแซงนโยบายดอกเบี้ยในอนาคต จนทำให้ดอลลาร์สหรัฐมีทิศทางแข็งค่ากดดันสกุลเงินในภูมิภาครวมถึงเงินบาท

ในฝั่งของเอเชีย ค่าเงินบาทได้รับแรงกดดันซ้ำเติมจากข้อมูลเศรษฐกิจจีนที่ออกมาต่ำกว่าคาด โดยดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนมกราคมร่วงลงมาที่ 49.3 ขณะที่ภาคบริการและก่อสร้างอยู่ที่ 49.4 ซึ่งเป็นการหดตัวเหนือความคาดหมาย ปัจจัยนี้ไม่เพียงแต่ฉุดค่าเงินหยวน แต่ยังลามมาถึงสกุลเงินของประเทศคู่ค้าหลักอย่างไทย เนื่องจากความกังวลว่าอุปสงค์จากจีนจะลดลงในช่วงต้นปี 2026

นอกจากนี้ ท่าทีของนายกรัฐมนตรีหญิงคนใหม่ของญี่ปุ่น ซานาเอะ ทาคาอิจิ ที่ออกมาสนับสนุนการอ่อนค่าของเงินเยนเพื่อกระตุ้นการส่งออก ยิ่งทำให้ค่าเงินในโซนเอเชียขาดปัจจัยหนุนเชิงบวก ส่งผลให้เงินบาทขยับขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 31.75 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งนักลงทุนควรติดตามการประกาศตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในช่วงปลายสัปดาห์นี้เพื่อประเมินทิศทางต่อไป

ตารางเปรียบเทียบข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่ส่งผลต่อตลาด

รายการข้อมูลสถานะล่าสุด (ม.ค. – ก.พ. 2569)ผลกระทบต่อค่าเงินบาท
ประธาน Fed คนใหม่เควิน วอร์ช (รอรับตำแหน่ง พ.ค.)กดดันให้อ่อนค่า (ดอลลาร์ผันผวนสูง)
PPI สหรัฐฯ (ธ.ค. 2568)0.5% MOM (สูงกว่าคาด)กดดันให้อ่อนค่า (เงินเฟ้อสูง ดอกเบี้ยอาจค้างนาน)
PMI ภาคการผลิตจีน (NBS)49.3 (หดตัว)กดดันให้อ่อนค่า (เศรษฐกิจคู่ค้าชะลอตัว)
นโยบายเงินเยน (ญี่ปุ่น)ส่งสัญญาณปล่อยอ่อนค่าเพื่อส่งออกกดดันให้อ่อนค่า (สกุลเงินเอเชียอ่อนค่าตาม)

ค่าเงินบาทในวันนี้มีแนวโน้มทรงตัวในแดนอ่อนค่า โดยมีปัจจัยกดดันหลักมาจากความไม่แน่นอนของการเปลี่ยนผ่านผู้นำ Fed และตัวเลขเศรษฐกิจจีนที่ยังไม่ฟื้นตัว กรอบการเคลื่อนไหวที่ 31.50-31.75 บาทต่อดอลลาร์ จึงเป็นระดับที่ต้องเฝ้าระวัง หากทะลุผ่านแนวต้านสำคัญอาจเห็นบาทอ่อนค่าไปแตะระดับ 32.00 ได้ในช่วงสั้นๆ


Q&A คำถามที่พบบ่อย

ทำไมการแต่งตั้ง เควิน วอร์ช ถึงทำให้ค่าเงินผันผวน? เพราะตลาดมองว่า เควิน วอร์ช อาจเปิดทางให้ฝ่ายการเมืองมีอิทธิพลต่อการกำหนดอัตราดอกเบี้ยมากขึ้น ซึ่งอาจขัดกับหลักการความเป็นอิสระของธนาคารกลาง ความไม่แน่นอนนี้ทำให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงและกลับไปถือดอลลาร์

ตัวเลข PMI จีนที่ลดลง เกี่ยวข้องกับเงินบาทไทยอย่างไร? จีนเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทย เมื่อภาคการผลิตจีนหดตัว ย่อมส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าของไทยไปยังจีน และความเชื่อมั่นของนักลงทุนในภูมิภาคเอเชียโดยรวม ทำให้เงินบาทได้รับแรงกดดันให้อ่อนค่าตามสกุลเงินภูมิภาค

เงินบาทที่อ่อนค่าลง 31.50-31.75 ส่งผลดีหรือเสียต่อใครบ้าง? ผลดี: กลุ่มผู้ส่งออกสินค้าและบริการ รวมถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพราะจะได้รับรายได้ในรูปเงินบาทมากขึ้น ผลเสีย: กลุ่มผู้นำเข้าสินค้าและเครื่องจักร รวมถึงประชาชนทั่วไป เพราะต้นทุนสินค้าจากต่างประเทศและน้ำมันอาจปรับตัวสูงขึ้น